ทิ้งไว้ในใจ(แฟนบอล)! 5 เหตุการณ์ในความทรงจำของ “โค้ชซิโก้”

ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาคุมทัพช้างศึกของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คือผู้ที่มาปลุกกระแสแฟนบอลฟุตบอลในประเทศไทยให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง เฉกเช่นความสำเร็จภายใต้การคุมทัพ ก็ถือเป็นที่เชิดหน้าชูตา และเป็นที่ภาคภูมิใจของประเทศและแฟนบอลชาวไทยด้วยเช่นกัน

 

1.จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ถล่มจีน 5-1
มิถุนายน 2013 แมตช์กระชับมิตรระหว่าง ทีมชาติจีน กับ ทีมชาติไทย กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลไทย เมื่อชายที่ชื่อ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้เข้ามารับงานต่อจาก วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน และได้ขนนักเตะชุด U23 บินลัดฟ้าไปทำการแข่งขันท่ามกลางการคาดการณ์ว่าจะถูกถล่มกลับมาแบบยับเยิน

แต่ปรากฎว่าทัพช้างศึกกลายเป็นฝ่ายบุกไปถล่ม ทีมชาติจีน แบบขาดลอย 5-1 ชนิดหักปากกาเซียน และแฟนลูกหนังจีนทั้งประเทศ เพราะหากย้อนเกมสุดท้ายที่ช้างศึกคว้าชัยชนะเหนือจีน ต้องย้อนไปเมื่อปี 1990 ทำให้ชัยชนะดังกล่าวนี้กลายเป็นที่เล่าขาน และวันประกาศศักดิ์ความยิ่งใหญ่ของ “โค้ชซิโก้” ในเวลาต่อมา

 

2.คว้าแชมป์ซูซูกิ คัพและป้องกันแชมป์
ก่อนหน้านี้ที่หลายคนส่ายหน้าให้กับผลงานของทีมชาติ ที่ยุคหลังไม่ประสบความสำเร็จดั่งเช่น รายการฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” ที่ช้างศึกห่างหายจากความสำเร็จไปนานร่วม 10 ปี

กระทั่งในค่ำคืนอันแสนดราม่าที่สนามบูกิต จาลิล ที่ทีมชาติไทย เอาชนะ มาเลเซีย ในบ้านมาก่อน 2-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศนัดแรก แต่กลับเป็นฝ่ายถูกเจ้าถิ่น มาเลซีย ออกนำถึง 3-0 แบบสุดช็อก แต่อย่างไรก็ตาม “โค้ชซิโก้” ยังคงสามารถพาทีมพลิกนรกกลับมายิงคืน 2 ประตูให้ไทยเอาชนะไปอย่างมหัศจรรย์ 3-2 คว้าแชมป์รายการนี้มาครองในรอบ 10 ปี จนกลับมาไทยได้มีการแห่รถรอบกรุงเทพฯฉลองแชมป์กันอย่างยิ่งใหญ่

จากนั้นในปี 2014 ต่อยอดถึงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา กุนซือที่แบกความหวังคนไทยทั้งชาติก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อสามารถพาทีมป้องกันแชมป์และคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 5 การันตีทัพว่าช้างศึกเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ

 

3. อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 3 สถิติโค้ชซิโก้
ม้านอกสายตาจากชาติเล็กๆในย่านอาเซียน กลายเป็นม้ามืดที่เกือบทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันเอเชียเกมส์ ที่ประเทศเกาหลีใต้ แม้สุดท้าย “โค้ชซิโก้” ต้องพาทีมจอดได้เพียงรอบรองชนะเลิศ ด้วยการแพ้เจ้าภาพเกาหลีใต้ไปแบบหน้ากังขา และพ่าย ซาอุฯ ในการชิงอันดับที่ 3 ไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ผลงานโดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมหากไล่ตั้งแต่ ชนะติมอร์ 3-0, ถล่มอินโดนีเซีย 6-0, รอบ 16 ชนะจอร์แดน 2-0 เป็นต้น โดยรายการนี้ “ซิโก้” สร้าง 3 สถิติใหม่ เมื่อกลายเป็นคนไทยคนแรกที่พาทีมชาติไทยเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย และเป็นทั้งในฐานะโค้ชและนักเตะ นอกจากนี้ยังพาทัพช้างศึกยิงประตูได้มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1966 เลยทีเดียว

 

4. 14 ปีที่รอคอยไทยผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย คัดบอลโลก
ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไปอีกนานเมื่อ “โค้ชซิโก้” พาทีมสร้างผลงานร้อนแรงต่อเนื่องในการผ่านเข้าาสู่รอบ 12 สุดท้าย โซนเอเชีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ซึ่งหากย้อนกลับไปต้องเป็นในยุคของ ปีเตอร์ วิธ เมื่อปี 2002 และ “โค้ชซิโก้” ที่อยู่ในฐานะผู้เล่น

กระทั่งปี 2016 ฝันที่ห่างหายไปนานก็กลายเป็นจริง เมื่อไทยสามารถผงาดเข้ารอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม F นับว่าเป็นการเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แม้จะอยู่ร่วมสายกับ ทีมชาติอิรัก อดีตแชมป์เอเชียคัพก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้นกุนซือขวัญใจชาวไทยยังพาทีมสร้างปรากฎการต่างๆมากมาย อาทิเช่น สไลต์บอลติกี้ตาก้าต่อบอลหลายครั้งเข้าไปทำประตู จนกลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก

 

5.คว้าแชมป์ซีเกมส์ในรอบ 6 ปี
หากไล่ลำดับความสำคัญการคว้าแชมป์ซีเกมส์อาจเป็นเรื่องธรรมดาของทีมชาติไทยเพราะเป็นเจ้าของแชมป์รายการนี้ 8 สมัย แต่เมื่อย้อนไปในช่วงที่ “โค้ชซิโก้” เข้ามาคุมทัพใหม่ๆ นี้คือรายการแรกๆที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง เนื่องจากยังเป็นโค้ชโนเนมที่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย อีกทั้งยังมีความกดดันภายใต้เสียงวิภาควิจารย์ต่างๆนาๆ

ในช่วงปี 2009 และปี 2011 เป็นยุคที่ไทยห่างหายจากแชมป์ที่ว่าหมู เนื่องจากต้องตกรอบแรกอย่างน่าเศร้าใจ จนทำให้ศรัทธาบอลไทยเริ่มหายและก็เป็น “โค้ชซิโก้” ที่กลายเป็นกุนซือหนุ่มและพาทีมกลับมาคว้าเหรียญทองอีกครั้งในปี 2013 ซึ่งถือเป็นในรอบ 6 ปี ก่อนจะมีส่วนสำคัญในการต่อยอดอีก 2 ปีต่อมาด้วยระบบที่สร้างไว้นั้นเอง

แทงบอลกับเรา www.pananvip.com ฝาก-ถอน รวดเร็วที่สุด รับค่าคอมคืนยอดเสีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *